Using Network Analytics to Spot and Fix Network Issues Faster

บล็อกนี้เป็นซีรี่ส์สองภาคเกี่ยวกับ NAE (Network Analytics Engine) โดย Aruba ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กที่มีความโดดเด่นในเรื่องการประกันคุณภาพและการฟื้นฟูเครือข่ายที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการเครือข่ายArubaOS-CX บล็อกนี้จะเป็นการพูดถึงสถาปัตยกรรมของ NAEและการใช้งานเพื่อช่วยเร่งการแก้ปัญหาของเครือข่ายไห้เร็วขึ้น บล็อกที่สองต่อจากนี้จะทำการสำรวจตัวอย่างการใช้งานและกรณีศึกษาอื่นๆสำหรับ NAE

ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบันทำให้ธุรกิจต้องการความคล่องตัวมากขึ้นเพื่อการเติบโตและความสามารถในการทำกำไร เนื่องจาก IT เป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ทำให้ IT operation ก็มีความสำคัญมากตามมา นวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่ช่วยลดเวลาdowntime ระบุความผิดปกติ ปรับปรุงประสิทธิภาพ และการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่ความคล่องตัวทางธุรกิจและความต่อเนื่องในการทำธุรกิจNAE ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการเครือข่าย ArubaOS-CXสำหรับ Aruba 8400และ Aruba 8320ซึ่งเป็น core และ aggregation switchเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาสำหรับเครือข่ายและoperator

ฝ่ายไอทีมีระบบที่ซับซ้อนในการตรวจสอบและจัดการโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือมากมายช่วยให้ operator รวบรวมบันทึกเหตุการณ์ ดูkey performance metrics และรวบรวมข้อมูลการไหลของข้อมูล เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน หาความผิดปกติ และวิเคราะห์ความล้มเหลว NAE เมื่อใช้งานกับเครื่องมือที่มีอยู่เหล่านี้จะช่วยให้operator มี frameworkที่ช่วยค้นหาสาเหตุของปัญหาได้อย่างรวดเร็ว กระตุ้นการดำเนินการติดตาม และลดเวลาในการซ่อมโดยเฉลี่ย

Network Analytics Engine(NAE) คืออะไร?

NAE นับเป็นframeworkที่สามารถให้ความปลอดภัยและการแก้ปัญหาตัวแรกที่ฝังตัวอยู่ในอุปกรณ์network เมื่อใช้รวมกับการทำงานแบบอัตโนมัติและการวิเคราะห์เชิงลึกโดยArubaOS-CX ทำให้NAE เป็น frameworkที่สามารถตรวจการ แก้ไขปัญหา และรวบรวมข้อมูลเครือข่ายได้ง่าย ด้วยการเขียนสคริปต์อย่างง่ายๆ

NAE ช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้แบบเรียลไทม์ มันจะช่วยให้คุณมีข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหา หรือจะให้ดีกว่านั้น NAEสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาตาม policy ที่ถูกกำหนดไว้ เมื่อ NAE ตรวจพบความผิดปรกติมันจะสามารถรวบรวมข้อมูล และสถิติอื่นๆเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาได้ในเชิงรุกในครั้งถัดๆไป

NAE ประกอบด้วย agent, rule, databse, API และ web UI

  • NAE Agents – มีหน้าที่รวบรวมบริบทต่างๆ มันเป็น script ที่ถูกเขียนขึ้นมาและถูกเรียกใช้กับอุปกรณ์หนึ่งๆที่เกิดevent ขึ้น และมันจะรวบรวมข้อมูลเครือข่ายที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องเพิ่มเติม
  • NAERule – มีหน้าที่เรียกใช้Agent ตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยผู้ใช้ ตัวอย่างของ Ruleเช่น เมื่อพบเห็นว่าการใช้งาน CPU สูงขึ้นในระยะเวลาสั้นๆAgentจะถูกเรียกใช้ให้เก็บข้อมูลบริบทเพิ่มเติมในขณะนั้น
  • NAE Database – เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลconfiguration and state database กับ time series database
    • Configuration and state database – การเชื่อมโยงกันระหว่าง NAE และฐานข้อมูล configuration และ state คือสิ่งที่ทำให้ NAE สามารถทำงานตามจุดประสงค์ได้ เนื่องจากNAE สามารถเข้าถึงสถานะปัจจุบันของ ArubaOS-CX ได้โดยตรงรวมทั้งสถิติทั้งหมด นอกจากนี้ยังช่วยให้Agent เชื่อมโยงnetwork event กับการเปลี่ยนแปลงของ configurationซึ่งเป็นประโยชน์ในการระบุสาเหตุ โดยการตรวจสอบว่าเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงconfiguration หรือไม่
    • Time series database – การเชื่อมโยงกันระหว่าง NAE และฐานข้อมูลtime series ทำให้ผู้ใช้สามารถย้อนเวลากลับไปและplayback ข้อมูลโดยรอบเหตุการณ์ที่ต้องการได้ ปกติแล้วฐานข้อมูลมีการจัดเก็บข้อมูลtime series ไว้ประมาณ 400 วัน
    • REST APIs – มีไว้สำหรับการ integrate กับระบบภายนอก เช่น ข้อมูลความปลอดภัย โปรแกรมจัดการ event management (SIEM)และโปรแกรมวิเคราะห์ logนอกจากนี้operator ยังสามารถใช้ API เพื่อขอข้อมูลจากอุปกรณ์อื่นๆในเครือข่าย เพื่อประกอบเป็นภาพที่สมบูรณ์ของสถานะของเครือข่ายในขณะที่มีเหตุเกิดขึ้น และดำเนินการแก้ไขโดยอัตโนมัติตามpolicy
    • Web UI – เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้ผ่านเว็บของ Aruba OS-CX ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากความสามารถในการตรวจสอบสถานะของสวิทช์แล้ว คุณยังสามารถดูและกำหนดค่า NAE Agent, โปรแกรม scriptและการแจ้งเตือนต่างๆ แล้ว NAE จะแสดงกราฟที่แสดงบริบทเพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับการแก้ไขปัญหาเครือข่ายโดยอัตโนมัติ

Picture1.png

ประโยชน์ 3 อย่างเมื่ออุปกรณ์เครือข่ายมี Network Analytics ในตัว

NAE มีประโยชน์ต่อ operatorดังนี้:

  1. ช่วยประหยัดเวลาเมื่อมีการกำหนดขอบเขตการบริหารไว้โดยมากแล้ว operator จะมีขอบข่ายการบริหารจำกัดในการเข้าถึงเครือข่ายEvent log ต่างๆมักจะถูกประมวลผลเชิงลึกด้วยระบบที่อยู่ภายใต้หน่วยงานบริหารจากโดเมนที่แตกต่างออกไป ทำให้การเปิดเผยข้อมูลเครือข่าย ข้อมูลเชิงลึกด้านประสิทธิภาพ และการดำเนินการแก้ไข มักต้องใช้ความร่วมมือของคนที่ทำงานข้ามขอบเขตการบริหาร ซึ่งบางครั้งทำให้เกิดความล่าช้าโดยไม่จำเป็น และอาจไม่คล่องตัวหรือไม่ยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับธุรกิจ การมี NAE ในตัวจะช่วยให้มีเสรีภาพและความคล่องตัวแก่ operator และสามารถจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายได้โดยตรง
  2. ช่วยให้ข้อมูลบริบทแบบเรียลไทม์และสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้นโดยมากแล้วบันทึกเหตุการณ์จากแอ็พพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆจะถูกรวบรวมมาอยู่ในเครื่องมือวิเคราะห์แบบสแตนด์อโลนเพื่อทำการวิเคราะห์สาเหตุโดยสคริปต์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือวิเคราะห์นั้นๆ เครื่องมือเหล่านี้ต้องใช้กับอุปกรณ์จำนวนมากในเครือข่ายและอาจทำให้เกิดความล่าช้าก่อนที่เครื่องมือจะตอบสนองต่อเหตุการณ์และต่อคำขอเกี่ยวกับบริบทเพิ่มเติมจากอุปกรณ์หนึ่งๆในเครือข่ายที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ ความล่าช้านี้อาจทำให้สูญเสียบริบทที่ชัดเจนเพราะเหตุการณ์นั้นเกิดผ่านไปนานแล้ว แต่built-in NAE จะทำการเรียกเก็บข้อมูลบริบทโดยอัตโนมัติในขณะที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นทันที ทำให้ข้อมูลบริบทนั้นมีความหมายและช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ rule-based framework ทำให้มีการดำเนินการติดตามเพื่อแก้ไขปัญหา ข้อมูลบริบทเหล่านี้นอกจากช่วยในการแก้ไขปัญหาแล้วยังมีประโยชน์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบด้วย เช่น เมื่อการใช้งาน CPU ได้พุ่งสูงก็จะสามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันที นอกจากนี้เมื่อเซิร์ฟเวอร์ศูนย์กลาง และเครื่องมือไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้งานไม่ได้ ข้อมูลเหล่านี้จะไม่สามารถรวบรวมได้เลย
  3. NAE เป็นโซลูชันแบบครบวงจรโดยมากแล้วเครื่องมือวิเคราะห์ต่างๆต้องถูกเรียกใช้พร้อมกันจึงจะสามารถใช้งานได้ ซึ่งรวมถึงฐานข้อมูล time-series หรือ streaming data feeds และสคริปต์ต่างๆ แต่ NAE เป็นโซลูชันแบบครบวงจรที่สามารถใช้ได้ทันทีNAE มาพร้อมกับฐานข้อมูลและสคริปต์ต่างๆที่พร้อมใช้งานสำหรับกรณีการใช้งานทั่วๆไป และยังสามารถหาเพิ่มเติมสำหรับกรณีอื่นๆได้ที่ GitHub หรือที่Aruba Solutions Exchange

NAE เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับnetwork operator ในการระบุและแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น ในบล็อกถัดไปของฉันฉันจะกล่าวถึงตัวอย่างการใช้งานต่อไป

ศึกษาเพิ่มเติมที่

อ่านบล็อกของฉัน “ประโยชน์หลัก 3 ประการของ network automationด้วย REST APIs

อ่านบล็อก “ArubaOS-CX:เครือข่ายแบบใหม่ที่สามารถตั้งโปรแกรมได้สำหรับยุค Mobile และ IoT” โดย Tom Black รองประธานอาวุโสและ GM จาก campus switching business unit ที่ Aruba

PG Menon เป็นผู้อำนวยการอาวุโสด้านการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่Aruba

 

Source : http://community.arubanetworks.com/t5/Technology-Blog/Using-Network-Analytics-to-Spot-and-Fix-Network-Issues-Faster/ba-p/417842

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *